Monday, April 2, 2007

007 : มายสะเปซ..เอซ…เอซ….เอซ…..เอซ……(เอคโค่งัย เอคโค่)

เพิ่งเพิ่มแถบ blogroll ขึ้นมาตรงข้างๆนะ

คือ ไหนๆก็ตั้งใจจะใช้บล็อกนี้ในการติดต่อสื่อสารอยู่แล้วงัย ก็เลยเอา space ญาติมิตรมาแปะไว้ซะเลย จะได้ลิงค์จากชีวิตเพ่ยไปดูชีวิตคนอื่นต่อได้ด้วย (อ่านไปอ่านมาดูเหมือนสวนสัตว์ยังงัยไม่รู้ว่ะ 555++)

ใครมีบล็อกอีกก็เอามาแปะๆบอกกันไว้ได้เน้อ จะได้เชื่อมโยงกันไว้ เอาไว้ติดตามความคืบหน้าในชีวิตของกันและกัน > <

ตอนแรกกะว่าจะให้ป๊ากับแม่มาอ่านที่นี่ด้วย(เมื่อไปเมืองจีน) แต่เขียนไปเขียนมาชักเขียนเยอะ และคอมเมนท์ที่มาเขียนๆกันก็ล่อแหลมมาก อย่างเช่น

“เอางี้ดิ ทำโพล…เมืองหนัยมีหนุ่มหล่อมากกว่ากัน (เน้น ไม่เกย์! และโสด!) และตัดสินจากตรงนั้นล่ะ ง่ายดี อิอิอิ (รับรอง เพื่อนตามปัยเยี่ยมแกเพียบเลย)” by ชาน่า

“เพื่อนช๊านนนนนนเว้ยไปเมืองนั้นไม่ถึงเดือน ได้แฟนเลย น่ารักซะด้วยเว้ยเฮ้ย อิอิ ทั้งๆที่นออกจะเรียบร้อย อิอิ เลือกฮาร์บิน..เพื่ออนาคตของความรัก คริๆๆๆ” by หวาน

ไม่ได้ๆ คอมเมนท์สองอันนี้ต้องโดนเซนเซอร์!! เนื่องจากป๊ากับแม่อาจจะรู้เจตนาที่แท้จริงในการเลือกเมืองของเราได้ นั่นหมายความว่าฮาร์บินจะต้องโดนแบนไปในทันทีอย่างแน่นอน (ม๊ายยยยยย > <~)

so ข้าพเจ้าเลยตัดสินใจแน่นอนแล้ว ว่าถ้าไม่ขี้เกียจ จะเปิดบล็อกใหม่อีกอันนึงไว้ให้ป๊าแม่และญาติผู้ใหญ่อ่าน ซึ่งบล็อกนั้นจะเขียนเฉพาะเรื่องราวสาระการเรียนรู้ที่ผู้ปกครองควรทราบเท่านั้น (กร๊ากกกกกกกก) จะไม่มีเรื่องเพื่อน เรื่องหนุ่มๆ เรื่องกุ๊กกิ๊กจุ๊กจิ๊กใดๆให้เล็ดรอดเข้าหูเข้าตาได้เป็นอันขาด (อุวะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่า > <)

นั่นแหละ จบที่ว่าใครมีบล็อกก็เอามาแปะๆไว้ได้นะก๊า จะได้เอาไว้ติดต่อกัน

Wednesday, March 28, 2007

006 : ข้าพเจ้าสับสนฮ่ะ

ตอนนี้สับสนฮ่ะ ว่าจะไปต้าเหลียนหรือจะไปเซี่ยงไฮ๊ดี เซ็งตัวเอง โลเลเหลือเกิน -*-

คงไม่มีใครนึกออกว่าต้าเหลียนอยู่ตรงไหน(ขนาดชั้นเรียนโทจีนถามว่าปักกิ่งอยู่ตรงไหนยังรู้แค่อยู่ทางเหนือเอง - -")

dalian.jpg

ไอ่ดาวสีแดงนั่นแหละเน้อ ต้าเหลียน(大连) เห็นได้ว่าอยู่แทบจะติดกับเกาหลีเลย โลเคชั่นน่าไปอยู่มาก 555++

ส่วนเซี่ยงไฮ๊(Shanghai - 上海) ก็อยู่ต่ำลงมาหน่อย ถ้าขีดเส้นจะเห็นว่าอยู่ดับเดียวกับทางตอนใต้ของญี่ปุ่นพอดี น่าอยู่เหมือนกันนนน

มาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียกันก่อนนะคะ

dalian_map.jpg
แผนที่ attractions ในเมืองต้าเหลียนฮ่ะ กด Shift แล้วคลิกไปดูอันใหญ่ได้เน้อ

f200511231619521017829572.jpg
บรรยากาศเมือง ดูดีเชียว

ข้อดีของต้าเหลียน

เป็นเมืองเล็กๆ ชาวบ้านใจดี ไม่โดนกัดเวลาพูดภาษาจีนงูๆปลาๆใส่เค้า

คนไทยน้อย เป็นโอกาสอันดี(มาก)ในการฝีกภาษา

เคยได้รับการปกครองโดยญี่ปุ่น = คนญี่ปุ่นเยอะ ชาวบ้านพูดญี่ปุ่นได้ ดีต่อภาษาญี่ปุ่นที่กำลังจะเอามาปัดฝุ่นอีกครั้งของข้าพเจ้ามาก(ไฮ๊! อะยิโนะโมะโต๊ะเดส!)

ถ้ามองในแง่การค้า ต้าเหลียนเป็นเมืองอุตสาหกรรมเมืองที่สี่ของจีน(เพิ่งเปิด) สามเมืองที่เปิดมาก่อนหน้านี้คือกวางโจว เซี่ยงไฮ๊ แล้วอะไรอีกเมืองไม่รู้ จำไม่ได้ - -" (แต่เป็นเมืองที่แบบใหญ่เบิ้มหมดเลย เศรษฐกิจเฟื่องฟูมากกกก) หมายความว่าถ้ารู้ทิศทาง รู้จักอะไรๆในต้าเหลียนไว้ ก็น่าจะเป็นประโยชน์กับอนาคตไม่น้อยทีเดียว

ใกล้ญี่ปุ่นและเกาหลี อันนี้ดีในแง่ของการท่องเที่ยว(กรี๊ดดดดดดดด อันนี้ดีมากกกก > <)

ค่าครองชีพถูก สบายทั้งกระเป๋าตังตัวเองและบุพการี

หนาวสุด ร้อนจัด คือหนาวทีหิมะท่วม ร้อนทีก็ไปนอนอาบแดดริมทะเลได้เลย(หน้าหนาวอากาศ -17 C หน้าร้อนอากาศพอๆกะบ้านเรา และมีชายทะเลให้ไปเพียบบบบบ)

ข้อเสียของต้าเหลียน
หางานทำไม่ได้แน่ๆ จบกรอบตลอดเวลา ภาษาไม่ได้ฝึก(ในแง่การทำงานจริง)

เมืองเป็นยังงัยไม่รู้ อ่านๆดูเหมือนเจริญ แต่ไม่รู้เจริญของเค้ากับเจริญของเรานี่เหมือนกันไหม - -"

เป็นไปได้ว่าเมืองอาจจะยังไม่ค่อยเจริญเท่าไหร่นัก หมายความว่าเตรียมตัวพบความสยองขวัญในห้องน้ำได้เลย(คุณคะ เซี่ยงไฮ๊เจริญเท่าหรืออาจจะมากกว่ากรุงเทพฯด้วยซ้ำ ห้องน้ำบางที่ยังสยองเลยฮ่ะ - -")

เพิ่งได้ยินข่าวมาเมื่อเดือนที่แล้ว ว่าลมแรงมากกกก ส่งผลให้ไฟฟ้า น้ำประปา และแก๊สทั้งเมืองต้าเหลียนใช้ไม่ได้ 1 วันถ้วน แต่ขอโทษเถอะค่ะ ไอ่วันที่ทุกอย่างดับเนี่ย อากาศ -7 C ฮ่ะ แล้วถ้าไปเจอแบบนั้นชั้นจะรอดมั๊ยยยยยยยย > <

โอเค ขยับมาพูดถึงเซี่ยงไฮ๊กันบ้าง

shanghai_pudong2.jpg
แสงสี >3<

ข้อดีของเซี่ยงไฮ๊
เจริญม๊ากกกกกก เป็น recommend จากทุกที่เลย(หมายถึงจากเอเจนซี่ต่างๆน่ะ) ว่าถ้าจะไปเรียนจีนเพื่อค้าขายเนี่ย เซี่ยงไฮ๊อิสอะมัสท์ ถ้าคิดไปทำการค้า ดูลู่ทางธุรกิจหรืออะไรเทือกๆนั้นเนี่ย เซี่ยงไฮ๊เท่านั้นคือคำตอบ เพราะอย่างกที่รู้ๆกันอยู่ว่าตอนนี้จีนโตมากกกกก แล้วศูนย์กลางของเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน อุตสาหกรรม ทุกอย่างรวมอยู่ที่เซี่ยงไฮ๊หมดเลย เพราะงั้นเลยต้องเซี่ยงไฮ๊เท่านั้น จบ!!

shanghai_diorama2.jpg
ดูขนาดเมืองพี่แกดิ โหยยยยยย!! นี่แค่แบบจำลองนะ!!
บริษัทใหญ่ๆทั่วโลกที่ค้าขายกับจีนมีสาขาอยู่ในเซี่ยงไฮ๊แทบจะทั้งนั้น เพราะงั้นถ้ารู้ลู่ทางในเซี่ยงไฮ๊ก็จะเป็นผลดีกับการทำงานในอนาคตอีกเช่นกัน

การคมนาคมสะดวกม๊ากกกก ไปไหนมาไหนง่ายสุดๆ มีรถไฟใต้ดินครอบคลุมพื้นที่(คือเป็นคนติดการคมนาคมแบบสะดวกๆน่ะ)

หางานทำได้แน่ๆ ด้วยความที่ร้านรวงเล็กๆมันเยอะแยะยุบยับไปหมด โอกาสที่สาวไทยหน้าหมวยๆอย่างเราจะหางานไว้ฝึกภาษาและเพิ่มค่าขนมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ไม่ยากนัก(แต่ภาษาจีนต้องแข็งแรงก่อนนะ) ดีไม่ดีช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวอาจจะได้จ๊อบเป็นไกด์ท้องถิ่นพาคนไทยเที่ยวได้ด้วย(เห็นเค้าชอบจ้างนักเรียนไทยที่อยู่ที่นู่นกัน) ฮิ๊วววว(แต่จีนๆแล้วตามกฏหมายเค้าไม่ให้ทำงานนะ แหะ แหะ ^^")

เป็นจุดศูนย์กลางของการคมนาคมไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ของจีน คือตั้งใจไว้ว่าถ้าไปเรียนที่นู่น ยังงัยก็ต้องหาเงินและเวลาไปเที่ยวตามเมืองต่างๆของจีนให้ได้(อาจจะเลยไปถึงเนปาลด้วย ข้าพเจ้าอยากไปสัมผัสหิมาลัย > <) เซี่ยงไฮ๊นี่เป็นเหมือนฮับของการคมนาคมเลย เพราะตัวเมืองไม่ได้อยู่เหนือหรือใต้เกินไปนัก ทำให้มีรถไฟแตกไปตามภาคต่างๆของจีน(ถ้าเราจะไปต้าเหลียน ยังต้องไปต่อเครื่องที่เซี่ยงไฮ๊เลยนะ)

มหาลัยที่กะจะไปเข้า(Shanghai Jiaotong University - 上海交通大学) น่าเรียนม๊ากกกก > < แล้วมีหลัดสูตร MBA ภาคภาษาอังกฤษด้วย เป็นเรื่องดีเผื่อนึกเฮี๊ยนอยากเรียน marketing ขึ้นมา

เพื่อนๆและครอบครัวไปเที่ยวไปเยี่ยมได้ เป็นแหล่งบันเทิงของญาติมิตร 555++

ข้อเสียของเซี่ยงไฮ๊
เซี่ยงไฮ๊มีภาษาถิ่นเป็นของตัวเอง(dialect) ซึ่งอาจจะเป็นผลดีหรือผลเสียต่อการเรียนภาษาจีนกลางของเรา(ในขณะที่ที่ต้าเหลียนไม่มีภาษาถิ่น) ภาษาถิ่นของคนจีนนี่ส่วนใหญ่จะต่างจากจีนกลางไปเลย ยกตัวอย่างเช่น คำว่าสวัสดีจีนกลางใช้ "หนีห่าว" แต่เซี่ยงไฮ๊ใช้ "เหนยหก" โอเค ข้าพเจ้าต้องมึนแน่ๆ ยังงัยก็เหอะคนที่นู่นเค้าฟังและพูดจีนกลางได้ทุกคนอยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องไปผจญกับสำเนียงแปร่งๆซึ่งอาจจะฟังไม่รู้เรื่องได้(นึกภาพฝรั่งฟังภาษาไทยสำเนียงทองแดง - -")

คนโหดนิดนึง เมืองจีนนี่ขึ้นชื่อว่าถ้าเป็นเมืองใหญ่ๆ เมืองเศรษฐกิจๆหน่อย คนเค้าจะค่อนข้างเอาเปรียบ ในแง่นี้หมายถึง เร่งรีบ มีอารมณ์นักขายในตัวตลอดเวลา หากเราไปงูๆปลาๆกับเค้าเนี่ย มีโอกาสเสี่ยงที่จะโดนสวนกลับมาได้ เนื่องจากมันเสียเวลาทำมาหากินเน้อ

คนไทยเยอะมากกกก มากพอๆกับปักกิ่ง ข้อเสียคือโอกาสที่จะไปอยู่รวมตัวกันมีสูง และเมื่อไปรวมตัวกันแล้วภาษงภาษาที่อุตส่าห์ไปเรียนก็อาจไม่ประสบผลสำเร็จ มองไกลกว่านั้นคือ แม้การรู้ลู่ทางในเซี่ยงไฮ๊จะดีต่อการทำงานในอนาคต แต่คนอื่นก็รู้จักเหมือนกัน จบ!!

ค่าครองชีพแพงงงง เคยไปถามเอเจนซี่เค้าบอกว่าแค่ใช้จ่าย ค่ากินเนี่ย ตกเดือนละหมื่น(ไม่รวมค่าที่อยู่นะ) โอเค สวัสดี แพงม๊ากกกก - -"

รถเยอะและติดมากกกกก เคยไปมาทีนึง ไม่ประทับใจอย่างแรง เนื่องจากวันนึงที่เที่ยวในเมืองเนี่ย นั่งรถติดอยู่ไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง!! เซี่ยงไฮ๊รถเยอะมาก ขนาดที่รัฐบาลเค้าต้องสร้างทางด่วนที่ซ้อนกันไปมา 5 ชั้น!!! ชั้นสูงสุดของทางด่วยสูงไม่ต่ำกว่าสะพานแขวน คิดดู๊!! แต่ไปอยู่จริงๆอาจจะไม่น่ารำคาญขนาดนั้นก็ได้ เพราะคงไม่ได้นั่งรถนานขนาดนั้น แต่คาดว่าอากาศต้องแย่แน่ๆ -*-

เห็นมั๊ยยย ว่าข้อดีข้อเสียทั้งสองที่มันพอๆกันเลย แล้วอิชั้นจะตัดสินใจเลือกอย่างเด็ดขาดได้งัยล่ะค๊า?? แต่พอยท์ตอนนี้คือตัดไม่ได้ก็ต้องตัดแล้วฮ่ะ เนื่องจากมหาวิทยาลัย Shanghai Jiaotong เนี่ยมันเต็มเร็วม๊ากกกกกกก แล้วก็รับน้อยม๊ากกกกก ถ้าจะไปเรียนที่นี่เดือนหน้าข้าพเจ้าต้องทำเรื่องให้เสร็จเรียบร้อยแล้วอ่ะ เพราะไม่งั้นก็จะหาหออยู่ไม่ได้เน้อ(ในขณะที่ถ้าจะไปต้าเหลียนสามารถชิลได้ถึงสิ้นเดือนมิถุนาฯอ่ะ โฮ่ยยย -*-) > > ไปเรียนเดือนกันยานะนี่ - -"

Monday, March 26, 2007

005 : ชวด

ชวดงานนะฮะ

ไม่ต้องปวดหัวเรื่องรูป ชุด รองเท้า หรืออะไรอีกต่อไป เมื่อค้นพบว่า เค้าต้องการทรานสคริปที่เป็นฉบับสมบูรณ์ มีเกรดครบถ้วนเท่านั้น!!!

แล้วทำไมไอ่เพ่ยไม่มี? ก็เพราะเอแบคเป็นมหาลัยที่ทีระบบเอกสารและดำเนินการที่ดีที่สุดในประเทศงายยยย จนถึงปัจจุบันเด็กเกือบจบอย่างเราก็ยังนั่งตุ๊มๆ ต่อมๆ อยู่เนื่องจากไม่สามารถทราบได้เลยว่าเกรดเป็นงัยบ้าง แล้วจะจบจริงๆ อย่างที่อยากรึเปล่า (เพราะยังไม่มีเกรดอะไรออกเลยเหอะ!!)

แต่งานสายการบินนี่สองรอบแล้วนะ ที่ตัดสินใจจะไปสมัครแน่นอนแล้วสมัครไม่ได้น่ะ หมายความว่างัยเนี่ยยยย มันไม่ใช่งานของชั้น? หรืออะไร? - -”

สรุปว่าก็ไม่ได้ไปสมัครอย่างที่บอกแหละ หางานเล็กๆทำชั่วคราวต่อไป เตรียมตัวไปเมืองจีนเหมือนเดิม!!

Tuesday, March 20, 2007

004 : ฝนตกแล้ว

หมายความภูมิอากาศเมืองไทยกำลังปรับเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการแล้วสินะ

เมื่อวานมีเรื่องให้ต้องคิดอีกแล้ว (จริงๆแกก็คิดตลอดแหละ ไอ่เพ่ย - -”) คือแค่สับสนกับตัวเองไม่พองัย เรื่องจะไปหรือไม่ไปเมืองจีนน่ะ ดั๊นนนไปเห็นโฆษณารับสมัคร temporary customer service agent ของการบินไทย contract 6 เดือน

อืมมม

อยากทำเส่ะ!! เอาแล้วงัย โอกาสมากองอยู่ตรงหน้าอีกแล้ว ปัญหา (ที่กำลังพบเจออยู่ในขณะนี้) คือเราต้องไปยื่นเอกสารเองที่สำนักงานใหญ่การบินไทยภายในวันที่ 23 มีนาฯนี้ ซึ่งเอกสารหลายอย่างโคตร

trancript (ยังไม่ได้ขอฮ่ะ - -”)
TOEIC (ต้องไปเอา copy ผลคะแนนใหม่ฮ่ะ ใบเก่าไปไหนไม่รู้)
สำเนาบัตรประชาชน (บัตรประชาชนหมดอายุมาเกือบ 2 เดือนแล้วฮ่ะ)
สำเนาทะเบียนบ้าน (อันนี้มี 555++)
รูป 2 นิ้ว 2 ใบ (ยังไม่ได้ถ่ายฮ่ะ ที่ไหนถ่ายรูปดีๆมั่งอ่ะ?)

ชั้นก็แบบ…โอเค 23 มีเวลาอีกราวๆอาทิตย์นึงเพราะ 23 มันอาทิตย์หน้าใช่มะ? โอ๊ยยยย ทันแน่ๆ เดี๋ยวไปขอ transcript ที่มหาลัย ไปขอ copy ผลสอบ TOEIC ใบใหม่ที่สุขุมวิท ไปถ่ายรูป หาชุด ทำบัตรประชาชน (บัตรเพิ่งหมดอายุย่ะ…อะไรนะ…ของพวกแกทำใบใหม่ตั้งหลายปีแล้ว…อ๋อๆ 555++) แล้วก็ลดน้ำหนักซัก 2 กิโล (คือเค้าระบุมาฮ่ะ ว่าน้ำหนักต้องได้สัดส่วนกับความสูง ถ้าเอาความสูงชั้นลบ 110 ตามมาตรฐานเนี่ย น้ำหนักอิชั้นเกินมาเกือบ 3 กิโลแล้วค่ะ กรี๊ดดดดดด > <) ดูแลตัวเอง กินน้ำเยอะๆ นอนให้พอ เล่นคอมน้อยๆ หัดเดินบนส้นสูง (เพราะเค้าดูบุคคลิก ลักษณะ ท่าทางด้วยฮ่ะ) โอ๊ยยย อาทิตย์เศษๆนี่ทันแน่ๆ

คิดเสร็จ เล่าให้แม่ฟังเรียบร้อย แม่บอก เธอ…พรุ่งนี้วันที่ 20 แล้วย่ะ

ห๊ะ!! อะไรนะ พรุ่งนี้วันที่ 20!!!!

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

มีเวลา 3 วัน!!!!!!
ต้องแต่งตัวดี เดินสวย แต่งหน้าได้ เซ็ตผมเป็น หน้าเด้งเหมือนคนพักผ่อนเพียงพอและมีเอกสารพร้อมสรรพ
ทั้งหมดนั่นต้องทำให้ได้ภายใน 3 วัน!!!!
(เบื้องหลังคือใส่ส้นสูงไม่เป็น แต่งหน้าไม่ได้ เซ็ตผมไม่เก่ง(เพิ่งไปตัดผมสั้นมา เป็นเป็ดตลอดดดด) ไม่มีเสื้อผ้าที่เหมาะสม(มีแต่เสื้อยิดกางเกงยีนส์) และตาดำโหลเนื่องจากนอนตี 3 ตื่นบ่ายโมงมากว่า 3 อาทิตย์ และไม่มีเอกสารอะไรเลยดังที่กล่าวไปแล้ว)

ฮื๊ออออออออออออออออออออออออ~

โอเคไม่เป็นไร ยังดีที่ขับรถได้แล้ว เดี๋ยวขับรถไปขอ transcript ที่หัวหมาก ไปหาเสื้อผ้าแถวๆสีลมหรือสยาม (แม่บอก ไปซอยละลายทรัพย์สิเธอออ คุณแม่คะ…อิชั้นไม่มีทรัพย์ให้ละลายฮ่ะ!!) ไปทำบัตรประชาชนและถ่ายรูปแถวๆนั้นด้วย ที่เซ็ตผมก็หาเอาแถวๆนั้นแหละ (โอ้…ขอบคุณสวรรค์ที่ประทานถนนสีลมมาให้ลูกกกก ทุกอย่างช่างพร้อมสรรพอยู่ที่นั่นจริงๆ T T)

อะไรนะ?? สำนักงานใหญ่การบินไทยอยู่ตรงไหน?

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

จริงๆด้วยยยยยย อยู่ตรงไหนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน รู้แต่ว่าขับรถได้แล้ว สบายยยยย แต่ขับรถได้อย่างเดียวไม่รู้ทางงัย แล้วจะไปยังงายยยยยยยย ป๊าก็ทำงานจะให้ไปด้วยก็ไม่ได้นะค๊า แถมมหาลัยก็ไม่ได้อยู่แถวนั้นอีก!! แล้วทางด่วนนี่ต้องขึ้นฝั่งไหนลงทางไหนค๊า โอ๊ยยยยยยยยยย แล้วชั้นจะไปถูกมั๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย > <

เมื่อเช้าด้วยความนอยของตัวเอง เลยตื่นมาก่อนกำหนด 3 ชั่วโมง (ตื่น 10 โมงฮ่ะ) ตื่นมาซักผ้า (ไม่มีผ้าใส่แล้วฮ่ะ in need ฮ่ะ) หาอะไรกิน จัดลำดับสิ่งที่จะทำ แล้วก็เตรียมตัวออกไปต่อสู้กับโชคชะตาเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกสาร T T แต่ด้วยความที่ตื่นเช้ามั๊ง สมองเลยปรอดโปร่งเป็นพิเศษ เลยนึกขึ้นได้ว่าเคยขอ transcript ไว้ใบนึงนี่หว่า แล้ว TOEIC ก็น่าจะอยู่แถวๆนั้นเหมือนกัน (เนื่องจากนึกได้ว่าไม่กี่สัปดาห์ก่อนมหาลัยมี career week เลยเตรียมเอกสารไว้สมัครงาน) ค้นๆคุ้ยๆได้ซักพักก็เจอจริงๆทั้ง trancript และ TOEIC โอ้วววว ขอบคุณสวรรค์!! นี่หมายความว่าชั้นไม่ต้องไปหัวหมากและสุขุมวิทแล้วสิเนี่ยยย ตัด destination ลงมาเหลือแค่สีลมอย่างเดียวววว โอ้วววว มันยอดมากกกกกกกกก T T

โอเค รั่วไปมากพอแล้ว มาเข้าโหมดจริงจังกันบ้าง คือสรุปยังไม่รู้ว่าสมัครไปจะดีมั๊ย เนื่องจากมันล่กแล้วก็เร่งมาก แล้วถ้าได้ (เน้นว่า “ถ้า” เพราะมันยากกกกก คนน่าจะอยากได้งานนี้เยอะ) มันจะติด contract 6 เดือนซึ่งจะไปคาบเกี่ยวกับเวลาที่จะต้องไปเมืองจีนพอดี (กันยาฯ) ทำให้อาจจะต้องยืดเวลาออกไปอีก แต่ถ้าโชคดีถูกล็อตตารี่จริงๆ ก็อาจจะมีโอกาสได้ต่อสัญญากับการบินไทยไปเลย (ทีนี้ก็ไม่ไปจีนแล้ว มีงานมีการทำกับเค้าซักที) ตอนนี้ใจน่ะ ไปแล้วแหละ คิดว่าคงสมัคร แต่ที่ขุ่นใจคือมันไม่พร้อม อย่างที่บอกไปอ่ะ ทุกอย่างเป็นแบบรวบรัดเร่งรีบและโคตรล่ก ไม่อยากทำอะไรแบบไม่พร้อมว่ะ (ยกเว้นทำข้อสอบ อันนั้นโอเค คอมมอนเซนส์ 555++)

เออ…ได้ยินมาว่า wordpress.com ที่เราเขียนอยู่นี่มันเปิดที่เมืองจีนไม่ได้ว่ะ งั้นก็ต้องหาที่ใหม่สิเนี่ย (ถ้าสรุปว่าไป) แต่ช่างเหอะ ตอนนี้ก็คงยังไม่ส่งให้ใครอ่านน่ะ เอาไว้ให้เรื่องเมืองจีนมันแน่นอนก่อนแล้วกัน

Thursday, March 15, 2007

003 : เมืองได้ ใจไม่ได้

ตกลงเลือกเมืองที่จะไปแล้วล่ะ

จะไปต้าเหลียน เป็นเมืองท่าทางตอนเหนือของจีน อยู่ติดเกาหลีเหนือเลยแหละ

ต้าเหลียนเป็นเมืองเปิดใหม่ ผู้คนไม่ขวักไขว่วุ่นวายนัก ขึ้นชื่อเรื่องน้ำใจไมตรีของคนท้องถิ่น ด้วยความที่เป็นเมืองที่อยู่ติดเกาหลีและญี่ปุ่น ชาวเมืองเค้าเลยคุ้นเคยกับคนต่างชาติ คือเราเดินเข้าไปใบ้ๆแบ๊ะๆกับเค้าได้ เค้าไม่ด่าเปิงกลับมาเหมือนคนเมืองอื่น ว่างั้นเหอะ

hopefully นะ - -”

รู้สึก(เอง)ตั้งแต่แรกแล้ว ว่าควรจะไปเมืองนี้ มีเหตุผลอะไรไม่รู้ แค่รู้สึกเฉยๆ ว่าอยากไปที่นี่ (ทั้งๆที่ป๊าอยากให้ไปเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ๊หรือเซินเจิ้น ซึ่งเราว่ามันก็น่าสนอยู่ (เพราะดิฉันก็เป็นสาวชาวเมืองอ่ะนะ หลงใหลแสงสีแต่ในระดับที่ไม่ถึงกับหัวปักหัวปำหรอก แค่เอนจอยกับมันเฉยๆ) แต่สุดท้ายก็ยังอยากไปต้าเหลียนอยู่ดี เลยมาจบที่ต้าเหลียน

ตอนนี้เหลือที่ใจแล้วแหละ ว่าจะไปทางไหน

เป็นคนมีเหตุผลมาก(กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง - -”) เลยตั้งปุจฉา - วิสัชนากับตัวเองก่อน ว่าแกจะไปเมืองจีนทำไม่วะเพ่ย? ข้างล่างคือบทสนทนาตอบโต้ระหว่างเพ่ยสองตัว

ตกลงแกจะไปทำไมฮะ?

…………………..เอิ่ม………………….เสียดายภาษาจีนงัย แหม เรียนมาตั้งนาน ใช่มะ ก็น่าจะไปเรียนต่อให้มันอ่านออกเขียนได้พูดคล่องฟังทันไปเลยงัย……….มั๊ง……….รึเปล่า? - -?

แล้วไอ้ที่ไปเรียนเนี่ย แกจะกลับมาทำอะไรกินวะ ไหนว่าไม่อยากทำงานตอกบัตร ไม่อยากทำงานที่ต้องอยู่ในออฟฟิศงัย? อยากทำงานสายการบิน อยากทำหนังสือ อยากทำกราฟฟิดีไซน์ไม่ใช่หรอแก? เรียนภาษาจีนชั้นว่าแกก็ไม่พ้นงานออฟฟิศหรอก

………………อืม…………………

แต่ก็ยังจะไป? ไปทำไมวะ? ค่าเรียนไม่ใช่บาทสองบาท แล้วก็ไม่ได้เรียนแค่วันสองวันนะเว่ย!!

เออ…รู้แล้วน่า - -” แต่ยังตัดสินใจไม่ได้นี่ ว่าจะทำอะไร จะไปทางไหน รู้ว่ามันเสียเวลา แต่ก็เสียดายภาษาที่ร่ำเรียนมาเหมือนกันนี่นา

แล้วแกจะเอาเวลาเป็นปีๆไปใช้เรียนภาษาที่แกไม่รู้ว่าจะได้ใช้รึเปล่าเนี่ยนะ?

อืม คงงั้นว่ะ ไม่แน่ใจ บอกแล้วงัย ว่าคิดอยู่เหมือนกัน

มีอะไรต้องลังเลวะ?

ทุกอย่างแหละ อนาคต สิ่งที่อยากทำจริงๆแล้วมันคืออะไรกันแน่ก็ยังไม่รู้ คือเป็นคนดื้อด้านยึดมั่นในระดับนึง ก็รู้ตัวแหละ ตอนเด็กๆก็คิดหรอก ว่าโตมาชั้นจะทำงานที่ชั้นชอบ ขอแค่ชอบ แค่มีความสุข เท่านั้นก็พอแล้ว แต่พอโตมาถึงจุดนึงมันก็เรียนรู้แหละ ว่าชีวิตมันไม่ใช่แค่นั้น มันต้องคำนึงรื่องปากท้อง เรื่องครอบครัว คนที่เป็นห่วงเรา อนาคต ทุกอย่างแหละ

อืม…เข้าใจ ตัวฆ่าฝันมันเกิดสินะ?

อืม…ยิ่งแก่ยิ่งรู้มาก ยิ่งรู้มากก็ยิ่งกลัว ก็เป็นมันซะยังงี้สิน่า ถึงได้ไม่ลงมือทำอะไรซักที

ก็รู้นี่…แล้วทำไมไม่ฆ่าไอ่ตัวฆ่าฝันทิ้งไปซะล่ะ

แหม่ เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวรน่า ใช่ไหม?

บ้านแกสิ ไอ่บ้า ไร้สาระใหญ่แล้วนะแก - -”

555++ ไม่หรอก ที่ยังไม่ฆ่ามัน ก็เพราะมันยังไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยกับชีวิตเท่าไหร่ต่างหากล่ะ

ยังงัยวะ? งง?

ก็อย่างที่บอก ตัวชั้นเองก็ยังไม่มั่นใจเลย ว่าฝันมันคืออะไร ยังมองเห็นตัวเองไม่ชัดเท่าไหร่เลย ว่าสิ่งที่อยากทำจริงๆแล้วเนี่ย คืออะไรกันแน่ จริงๆมันก็พอจะเห็นอยู่รางๆบ้างแล้วแหละ แต่ความกล้ามันน้อย ความบ้าบิ่นมันน้อย เลยยังไม่กล้าตัดสินใจเลือกเดินทางไหนไปซักทางน่ะสิ กลัวว่ามันจะเป็นทางที่ผิด กลัวว่าจะทำไม่ได้ กลัวไปซะทุกอย่าง

แล้วแกต้องการอะไร?

ความบ้าบิ่น!!! 555++ เออ…จริงๆนะ อยากบ้า อยากกล้ากว่านี้ อยากมีความเป็นวัยรุ่นในตัว (555++) คือเป็นคนคิดเยอะมาก คิดเยอะแล้วก็ขี้กลัว ไอ้อาการทำอะไรปุบปับแบบไม่คิดหน้าคิดหลังนี่แทบไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตเลย ชั้นเกิดมาเป็นเด็กแล้วโตขึ้นมาก็แก่เลยน่ะ นึกออกไหม ไม่เคยมีช่วงเวลาที่ทำอะไร impulsive แบบวัยรุ่นหรอก^^”

ก็เริ่มทำซะสิแก ไอ้ความบ้าบิ่นชั้นว่ามันก็มีกันทุกคนแหละวะ คนเราทุกคนมันก็เหมือนกันแหละ แกอาจจะไม่ได้ก๋ากั่นบ้าบิ่นกล้าหาญมากเท่าที่คนอื่นเค้าเป็นกัน แต่แกเองก็ต้องมีต่อมบ้าบิ่นอยู่ในตัวตรงไหนซักแห่งแหละน่า ทั้งหมดมันขึ้นอยู่กับแกเองนั่นแหละ ว่าจะหาไอ้ต่อมนั่นเจอรึเปล่า และเมื่อเจอแล้ว จะเปิดมันได้ไหม

ชั้นต้องทำยังงัย ต้องทำอะไรวะ?

กระตุ้นมันสิแก สร้างพฤติกรรมที่จะไปกระตุ้นไอ้ต่อมนี้ขึ้นมาสิ ลองทำอะไรที่แกไม่เคยทำ เอาตัวเองไปอยู่ในที่ที่ไม่เคยอยู่ ลองเป็นมิตรกับคนแปลกหน้า อดรินาลีนในตัวน่าจะหลั่งมากขึ้น ไอ้ต่อมนั่นคงเปิดทำงานเองได้ในท้ายที่สุดนั่นแหละ

น่าจะ? คง? แกเองก็ไม่รู้เหมือนกันสินะ ว่าต้องทำยังงัย (ชิ - -”)

แน่ล่ะสิ แกกับชั้นมันก็ตัวเดียวกันนี่แหละ นี่แกไม่รู้รึงัยว่ากำลังคุยกับตัวเองอยู่?

ใครจะบ้าขนาดคุยกับตัวเองเป็นเรื่องเป็นราวได้วะ

แกงัย!! เริ่มสะกิดต่อมบ้างรึยัง?

เออ 555++

อย่ามาขำ สรุปจะไปหรือไม่ไปวะ จะคุยก็คุยให้มันจบ

ไม่รู้ว่ะ ขอเวลาชั้นอีกหน่อยได้ป่ะล่ะ

สองวันแล้วนะ ไอ้ที่นั่งคุยกันมา ยังไม่นับก่อนหน้านี้อีกนะแก

- -” อย่ากดดันเซ่!!!

ชิ -*-

คงไปแหละ มาถึงขนาดนี้แล้วนี่แก ชั้นว่าการไปใช้ชีวิตเองนานๆ ไปดูโลก ไปพูดคุยกับคนที่ไม่รู้จัก น่าจะเป็นพฤติกรรมที่จะเข้าไปกระตุ้นไอ้ต่อมล่องหนนั่นให้ชั้นได้แหละ^^

เออ คิดได้ก็ดี จริงๆแล้ว แกจะทำอะไรมันไม่เกี่ยวกับชั้นหรอก ชั้นแค่อยากให้แกมั่นใจ เลือก แล้วก็ตัดสินใจซักที ท้ายที่สุดชีวิตมันก็เป็นของแกนั่นแหละ จะทำอะไรก็อย่าไปหวั่นไหวให้มันมากนัก เข้าใจ๊?

เออ รู้แล้วล่ะน่า

Sunday, March 11, 2007

002 : จบแล้วไปไหน?

เหมือนตายแล้วไปไหน?
ไม่รู้คำตอบ
และต้องรอจนถึงวันนั้นก่อน ถึงจะหาคำตอบให้ตัวเองได้
- -”

สับสนแล้วมาเขียนทำไม?
ก็ตั้งใจไว้แล้วนิ ว่าบล็อคนี้จะเขียนเรื่องจีนๆ
ตอนนี้เรื่องที่สับสนอยู่ก็เป็นเรื่องเมืองจีน
ไปเมืองไหนดี?
อีกเรื่องคืออยากไปจริงๆรึเปล่า?
ยังคงตอบตัวเองไม่ได้
หาคำตอบให้คำถามนี้มาหลายเดือนแล้ว

อยากไปญี่ปุ่นมากกว่านะ
เออ…เอาเข้าไป - -”
จะว่างัยดี รู้สึกว่าไปเมืองจีนแล้วเป็นภาระน่ะ
ทำงานก็ไม่ได้ หาเงินใช้เองก็ไม่ได้
อายุ 22 แล้วนะ แก่แล้ว
เรียนจบตั้งปริญญาตรีแล้วนะ แก่แล้ว
ยังแบมือขอเงินป๊าแม่อยู่อีก
ไม่อยากทำแบบนั้นเลย
แต่มีทางเลือกอื่นไหม?
- -”

อีกเรื่องที่แอบสยองหน่อยๆ
คือห้องน้ำเมืองจีน
จะว่าเรื่องมากก็เอาเหอะ แต่เรื่องความสะอาดของห้องน้ำนี่มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับชั้นจริงๆว่ะ
เปิดดูรูปหอแต่ละที่ เห็นห้องน้ำแล้วแบบ
ฮื๊ออออออ > <~
คือมันก็ไม่ได้แย่มากนักหรอก
แต่มันก็ไม่ได้แบบ เนี๊ยบ กริ๊บ น่าเข้าน่ะ นึกออกไหม
มีคราบๆมั่ง เหลืองๆมั่ง สยองนิดนึงเหอะ
ฮื๊ออออออออออออออ > <~

Friday, March 9, 2007

001 : โอเค จะเริ่มละนะ

เปิดบล็อกใหม่ฮ่ะ

บล็อกนี้โคตร private เลย เปิดไว้ให้ครอบครัวและเพื่อนอ่านเท่านั้น เนื่องจากตั้งใจว่าจะใช้บล็อกอันนี้ในการติดต่อสื่อสารกับครอบครัวและเพื่อนฝูงเมื่อไปอยู่เมืองจีน
(ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นช่วงเดือนกันยายน : ขณะที่เขียนอนู่นี่เดือนมีนาฯฮ่ะ สอบเสร็จหมาดๆวันนี้เล๊ยยย practically graduate แล้วเน้อ 555+)

โอเค กลับมาที่เรื่องบล็อก อาจจะสงสัยว่าทำไม๊ทำไมต้อง private?

ก็แหม เตรียมบล็อกไว้ติดต่อสื่อสารกับครอบครัวและเพื่อฝูงทั้งที แถมตัวก็อยู่ไกลปู๊นนนน มันก็ต้องมีการอัพร่งอัพรูปเพื่อให้ทางบ้านเห็นสารรูปกันมั่งแหละเน้อ ก้อเลยควานหาบล็อกที่จะทำเป็น private ได้ ใส่พาสเวิร์ดได้หรืออะไรประมาณนั้น เผื่อว่าเวลาเอารูปมาลงจะได้ดูกันเฉพาะในหมู่ญาติสนิทมิตรสหายน่ะ จะปล่อยให้คนนู้นคนนี้เข้าออกได้ตามใจชอบก็เกรงว่าจะไปก่อมลภาวะทางสายตาให้เค้าอ่ะนะ - -”

หาอยู่นานมากกกกก อ่าน features แต่ละที่จนใต้ตาดำเป็นปื้น ในที่สุดก้อมาเจอะบล็อกนี้ ใส่พาสเวิร์ดได้(แต่ต้องใส่ที่ละ post ล่ะ มส่ทีเดียวทั้งหน้าเว็บเลยไม่ได้อ่ะ - -”) แถมบล็อกมันจาก search engine อย่าง Google ได้อีก ก้อเลยตกลงปลงใจ เอาวะ ที่นี่แหละ!!

หน้าแรกนี่เป็นหน้าหัดโพสฮ่ะ เนื่องจากเคยใช้แต่เว็บไดอารี่กิ๊กก๊อก features เบสิกๆใช้ง่ายๆ พอมาเจอเว็บล็อกที่ซับซ้อนขึ้นมาเลยงงเป็นไก่ตาแตกฮ่ะ มันเซตนู่นเซตนี่ได้วุ่นวายไปหมดเลย เพ่ยงงฮ่ะ คงต้องใช้เวลากับมันซักพัก( 6 เดือนงัย ดีนะที่มาเปิดไว้ล่วงหน้า) -*-

โอเค วันนี้เอาไว้แค่นี้ก่อนเน้อ อย่างที่บอก มันเป็นแค่เทสบล็อก
(เพื่อนๆบอก ไอ้ที่แกพล่ามมาตั้งยาวนี่เรียกว่าเทส?? 555++)