Thursday, March 15, 2007

003 : เมืองได้ ใจไม่ได้

ตกลงเลือกเมืองที่จะไปแล้วล่ะ

จะไปต้าเหลียน เป็นเมืองท่าทางตอนเหนือของจีน อยู่ติดเกาหลีเหนือเลยแหละ

ต้าเหลียนเป็นเมืองเปิดใหม่ ผู้คนไม่ขวักไขว่วุ่นวายนัก ขึ้นชื่อเรื่องน้ำใจไมตรีของคนท้องถิ่น ด้วยความที่เป็นเมืองที่อยู่ติดเกาหลีและญี่ปุ่น ชาวเมืองเค้าเลยคุ้นเคยกับคนต่างชาติ คือเราเดินเข้าไปใบ้ๆแบ๊ะๆกับเค้าได้ เค้าไม่ด่าเปิงกลับมาเหมือนคนเมืองอื่น ว่างั้นเหอะ

hopefully นะ - -”

รู้สึก(เอง)ตั้งแต่แรกแล้ว ว่าควรจะไปเมืองนี้ มีเหตุผลอะไรไม่รู้ แค่รู้สึกเฉยๆ ว่าอยากไปที่นี่ (ทั้งๆที่ป๊าอยากให้ไปเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ๊หรือเซินเจิ้น ซึ่งเราว่ามันก็น่าสนอยู่ (เพราะดิฉันก็เป็นสาวชาวเมืองอ่ะนะ หลงใหลแสงสีแต่ในระดับที่ไม่ถึงกับหัวปักหัวปำหรอก แค่เอนจอยกับมันเฉยๆ) แต่สุดท้ายก็ยังอยากไปต้าเหลียนอยู่ดี เลยมาจบที่ต้าเหลียน

ตอนนี้เหลือที่ใจแล้วแหละ ว่าจะไปทางไหน

เป็นคนมีเหตุผลมาก(กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง - -”) เลยตั้งปุจฉา - วิสัชนากับตัวเองก่อน ว่าแกจะไปเมืองจีนทำไม่วะเพ่ย? ข้างล่างคือบทสนทนาตอบโต้ระหว่างเพ่ยสองตัว

ตกลงแกจะไปทำไมฮะ?

…………………..เอิ่ม………………….เสียดายภาษาจีนงัย แหม เรียนมาตั้งนาน ใช่มะ ก็น่าจะไปเรียนต่อให้มันอ่านออกเขียนได้พูดคล่องฟังทันไปเลยงัย……….มั๊ง……….รึเปล่า? - -?

แล้วไอ้ที่ไปเรียนเนี่ย แกจะกลับมาทำอะไรกินวะ ไหนว่าไม่อยากทำงานตอกบัตร ไม่อยากทำงานที่ต้องอยู่ในออฟฟิศงัย? อยากทำงานสายการบิน อยากทำหนังสือ อยากทำกราฟฟิดีไซน์ไม่ใช่หรอแก? เรียนภาษาจีนชั้นว่าแกก็ไม่พ้นงานออฟฟิศหรอก

………………อืม…………………

แต่ก็ยังจะไป? ไปทำไมวะ? ค่าเรียนไม่ใช่บาทสองบาท แล้วก็ไม่ได้เรียนแค่วันสองวันนะเว่ย!!

เออ…รู้แล้วน่า - -” แต่ยังตัดสินใจไม่ได้นี่ ว่าจะทำอะไร จะไปทางไหน รู้ว่ามันเสียเวลา แต่ก็เสียดายภาษาที่ร่ำเรียนมาเหมือนกันนี่นา

แล้วแกจะเอาเวลาเป็นปีๆไปใช้เรียนภาษาที่แกไม่รู้ว่าจะได้ใช้รึเปล่าเนี่ยนะ?

อืม คงงั้นว่ะ ไม่แน่ใจ บอกแล้วงัย ว่าคิดอยู่เหมือนกัน

มีอะไรต้องลังเลวะ?

ทุกอย่างแหละ อนาคต สิ่งที่อยากทำจริงๆแล้วมันคืออะไรกันแน่ก็ยังไม่รู้ คือเป็นคนดื้อด้านยึดมั่นในระดับนึง ก็รู้ตัวแหละ ตอนเด็กๆก็คิดหรอก ว่าโตมาชั้นจะทำงานที่ชั้นชอบ ขอแค่ชอบ แค่มีความสุข เท่านั้นก็พอแล้ว แต่พอโตมาถึงจุดนึงมันก็เรียนรู้แหละ ว่าชีวิตมันไม่ใช่แค่นั้น มันต้องคำนึงรื่องปากท้อง เรื่องครอบครัว คนที่เป็นห่วงเรา อนาคต ทุกอย่างแหละ

อืม…เข้าใจ ตัวฆ่าฝันมันเกิดสินะ?

อืม…ยิ่งแก่ยิ่งรู้มาก ยิ่งรู้มากก็ยิ่งกลัว ก็เป็นมันซะยังงี้สิน่า ถึงได้ไม่ลงมือทำอะไรซักที

ก็รู้นี่…แล้วทำไมไม่ฆ่าไอ่ตัวฆ่าฝันทิ้งไปซะล่ะ

แหม่ เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวรน่า ใช่ไหม?

บ้านแกสิ ไอ่บ้า ไร้สาระใหญ่แล้วนะแก - -”

555++ ไม่หรอก ที่ยังไม่ฆ่ามัน ก็เพราะมันยังไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยกับชีวิตเท่าไหร่ต่างหากล่ะ

ยังงัยวะ? งง?

ก็อย่างที่บอก ตัวชั้นเองก็ยังไม่มั่นใจเลย ว่าฝันมันคืออะไร ยังมองเห็นตัวเองไม่ชัดเท่าไหร่เลย ว่าสิ่งที่อยากทำจริงๆแล้วเนี่ย คืออะไรกันแน่ จริงๆมันก็พอจะเห็นอยู่รางๆบ้างแล้วแหละ แต่ความกล้ามันน้อย ความบ้าบิ่นมันน้อย เลยยังไม่กล้าตัดสินใจเลือกเดินทางไหนไปซักทางน่ะสิ กลัวว่ามันจะเป็นทางที่ผิด กลัวว่าจะทำไม่ได้ กลัวไปซะทุกอย่าง

แล้วแกต้องการอะไร?

ความบ้าบิ่น!!! 555++ เออ…จริงๆนะ อยากบ้า อยากกล้ากว่านี้ อยากมีความเป็นวัยรุ่นในตัว (555++) คือเป็นคนคิดเยอะมาก คิดเยอะแล้วก็ขี้กลัว ไอ้อาการทำอะไรปุบปับแบบไม่คิดหน้าคิดหลังนี่แทบไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตเลย ชั้นเกิดมาเป็นเด็กแล้วโตขึ้นมาก็แก่เลยน่ะ นึกออกไหม ไม่เคยมีช่วงเวลาที่ทำอะไร impulsive แบบวัยรุ่นหรอก^^”

ก็เริ่มทำซะสิแก ไอ้ความบ้าบิ่นชั้นว่ามันก็มีกันทุกคนแหละวะ คนเราทุกคนมันก็เหมือนกันแหละ แกอาจจะไม่ได้ก๋ากั่นบ้าบิ่นกล้าหาญมากเท่าที่คนอื่นเค้าเป็นกัน แต่แกเองก็ต้องมีต่อมบ้าบิ่นอยู่ในตัวตรงไหนซักแห่งแหละน่า ทั้งหมดมันขึ้นอยู่กับแกเองนั่นแหละ ว่าจะหาไอ้ต่อมนั่นเจอรึเปล่า และเมื่อเจอแล้ว จะเปิดมันได้ไหม

ชั้นต้องทำยังงัย ต้องทำอะไรวะ?

กระตุ้นมันสิแก สร้างพฤติกรรมที่จะไปกระตุ้นไอ้ต่อมนี้ขึ้นมาสิ ลองทำอะไรที่แกไม่เคยทำ เอาตัวเองไปอยู่ในที่ที่ไม่เคยอยู่ ลองเป็นมิตรกับคนแปลกหน้า อดรินาลีนในตัวน่าจะหลั่งมากขึ้น ไอ้ต่อมนั่นคงเปิดทำงานเองได้ในท้ายที่สุดนั่นแหละ

น่าจะ? คง? แกเองก็ไม่รู้เหมือนกันสินะ ว่าต้องทำยังงัย (ชิ - -”)

แน่ล่ะสิ แกกับชั้นมันก็ตัวเดียวกันนี่แหละ นี่แกไม่รู้รึงัยว่ากำลังคุยกับตัวเองอยู่?

ใครจะบ้าขนาดคุยกับตัวเองเป็นเรื่องเป็นราวได้วะ

แกงัย!! เริ่มสะกิดต่อมบ้างรึยัง?

เออ 555++

อย่ามาขำ สรุปจะไปหรือไม่ไปวะ จะคุยก็คุยให้มันจบ

ไม่รู้ว่ะ ขอเวลาชั้นอีกหน่อยได้ป่ะล่ะ

สองวันแล้วนะ ไอ้ที่นั่งคุยกันมา ยังไม่นับก่อนหน้านี้อีกนะแก

- -” อย่ากดดันเซ่!!!

ชิ -*-

คงไปแหละ มาถึงขนาดนี้แล้วนี่แก ชั้นว่าการไปใช้ชีวิตเองนานๆ ไปดูโลก ไปพูดคุยกับคนที่ไม่รู้จัก น่าจะเป็นพฤติกรรมที่จะเข้าไปกระตุ้นไอ้ต่อมล่องหนนั่นให้ชั้นได้แหละ^^

เออ คิดได้ก็ดี จริงๆแล้ว แกจะทำอะไรมันไม่เกี่ยวกับชั้นหรอก ชั้นแค่อยากให้แกมั่นใจ เลือก แล้วก็ตัดสินใจซักที ท้ายที่สุดชีวิตมันก็เป็นของแกนั่นแหละ จะทำอะไรก็อย่าไปหวั่นไหวให้มันมากนัก เข้าใจ๊?

เออ รู้แล้วล่ะน่า

No comments: