Wednesday, March 28, 2007

006 : ข้าพเจ้าสับสนฮ่ะ

ตอนนี้สับสนฮ่ะ ว่าจะไปต้าเหลียนหรือจะไปเซี่ยงไฮ๊ดี เซ็งตัวเอง โลเลเหลือเกิน -*-

คงไม่มีใครนึกออกว่าต้าเหลียนอยู่ตรงไหน(ขนาดชั้นเรียนโทจีนถามว่าปักกิ่งอยู่ตรงไหนยังรู้แค่อยู่ทางเหนือเอง - -")

dalian.jpg

ไอ่ดาวสีแดงนั่นแหละเน้อ ต้าเหลียน(大连) เห็นได้ว่าอยู่แทบจะติดกับเกาหลีเลย โลเคชั่นน่าไปอยู่มาก 555++

ส่วนเซี่ยงไฮ๊(Shanghai - 上海) ก็อยู่ต่ำลงมาหน่อย ถ้าขีดเส้นจะเห็นว่าอยู่ดับเดียวกับทางตอนใต้ของญี่ปุ่นพอดี น่าอยู่เหมือนกันนนน

มาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียกันก่อนนะคะ

dalian_map.jpg
แผนที่ attractions ในเมืองต้าเหลียนฮ่ะ กด Shift แล้วคลิกไปดูอันใหญ่ได้เน้อ

f200511231619521017829572.jpg
บรรยากาศเมือง ดูดีเชียว

ข้อดีของต้าเหลียน

เป็นเมืองเล็กๆ ชาวบ้านใจดี ไม่โดนกัดเวลาพูดภาษาจีนงูๆปลาๆใส่เค้า

คนไทยน้อย เป็นโอกาสอันดี(มาก)ในการฝีกภาษา

เคยได้รับการปกครองโดยญี่ปุ่น = คนญี่ปุ่นเยอะ ชาวบ้านพูดญี่ปุ่นได้ ดีต่อภาษาญี่ปุ่นที่กำลังจะเอามาปัดฝุ่นอีกครั้งของข้าพเจ้ามาก(ไฮ๊! อะยิโนะโมะโต๊ะเดส!)

ถ้ามองในแง่การค้า ต้าเหลียนเป็นเมืองอุตสาหกรรมเมืองที่สี่ของจีน(เพิ่งเปิด) สามเมืองที่เปิดมาก่อนหน้านี้คือกวางโจว เซี่ยงไฮ๊ แล้วอะไรอีกเมืองไม่รู้ จำไม่ได้ - -" (แต่เป็นเมืองที่แบบใหญ่เบิ้มหมดเลย เศรษฐกิจเฟื่องฟูมากกกก) หมายความว่าถ้ารู้ทิศทาง รู้จักอะไรๆในต้าเหลียนไว้ ก็น่าจะเป็นประโยชน์กับอนาคตไม่น้อยทีเดียว

ใกล้ญี่ปุ่นและเกาหลี อันนี้ดีในแง่ของการท่องเที่ยว(กรี๊ดดดดดดดด อันนี้ดีมากกกก > <)

ค่าครองชีพถูก สบายทั้งกระเป๋าตังตัวเองและบุพการี

หนาวสุด ร้อนจัด คือหนาวทีหิมะท่วม ร้อนทีก็ไปนอนอาบแดดริมทะเลได้เลย(หน้าหนาวอากาศ -17 C หน้าร้อนอากาศพอๆกะบ้านเรา และมีชายทะเลให้ไปเพียบบบบบ)

ข้อเสียของต้าเหลียน
หางานทำไม่ได้แน่ๆ จบกรอบตลอดเวลา ภาษาไม่ได้ฝึก(ในแง่การทำงานจริง)

เมืองเป็นยังงัยไม่รู้ อ่านๆดูเหมือนเจริญ แต่ไม่รู้เจริญของเค้ากับเจริญของเรานี่เหมือนกันไหม - -"

เป็นไปได้ว่าเมืองอาจจะยังไม่ค่อยเจริญเท่าไหร่นัก หมายความว่าเตรียมตัวพบความสยองขวัญในห้องน้ำได้เลย(คุณคะ เซี่ยงไฮ๊เจริญเท่าหรืออาจจะมากกว่ากรุงเทพฯด้วยซ้ำ ห้องน้ำบางที่ยังสยองเลยฮ่ะ - -")

เพิ่งได้ยินข่าวมาเมื่อเดือนที่แล้ว ว่าลมแรงมากกกก ส่งผลให้ไฟฟ้า น้ำประปา และแก๊สทั้งเมืองต้าเหลียนใช้ไม่ได้ 1 วันถ้วน แต่ขอโทษเถอะค่ะ ไอ่วันที่ทุกอย่างดับเนี่ย อากาศ -7 C ฮ่ะ แล้วถ้าไปเจอแบบนั้นชั้นจะรอดมั๊ยยยยยยยย > <

โอเค ขยับมาพูดถึงเซี่ยงไฮ๊กันบ้าง

shanghai_pudong2.jpg
แสงสี >3<

ข้อดีของเซี่ยงไฮ๊
เจริญม๊ากกกกกก เป็น recommend จากทุกที่เลย(หมายถึงจากเอเจนซี่ต่างๆน่ะ) ว่าถ้าจะไปเรียนจีนเพื่อค้าขายเนี่ย เซี่ยงไฮ๊อิสอะมัสท์ ถ้าคิดไปทำการค้า ดูลู่ทางธุรกิจหรืออะไรเทือกๆนั้นเนี่ย เซี่ยงไฮ๊เท่านั้นคือคำตอบ เพราะอย่างกที่รู้ๆกันอยู่ว่าตอนนี้จีนโตมากกกกก แล้วศูนย์กลางของเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน อุตสาหกรรม ทุกอย่างรวมอยู่ที่เซี่ยงไฮ๊หมดเลย เพราะงั้นเลยต้องเซี่ยงไฮ๊เท่านั้น จบ!!

shanghai_diorama2.jpg
ดูขนาดเมืองพี่แกดิ โหยยยยยย!! นี่แค่แบบจำลองนะ!!
บริษัทใหญ่ๆทั่วโลกที่ค้าขายกับจีนมีสาขาอยู่ในเซี่ยงไฮ๊แทบจะทั้งนั้น เพราะงั้นถ้ารู้ลู่ทางในเซี่ยงไฮ๊ก็จะเป็นผลดีกับการทำงานในอนาคตอีกเช่นกัน

การคมนาคมสะดวกม๊ากกกก ไปไหนมาไหนง่ายสุดๆ มีรถไฟใต้ดินครอบคลุมพื้นที่(คือเป็นคนติดการคมนาคมแบบสะดวกๆน่ะ)

หางานทำได้แน่ๆ ด้วยความที่ร้านรวงเล็กๆมันเยอะแยะยุบยับไปหมด โอกาสที่สาวไทยหน้าหมวยๆอย่างเราจะหางานไว้ฝึกภาษาและเพิ่มค่าขนมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ไม่ยากนัก(แต่ภาษาจีนต้องแข็งแรงก่อนนะ) ดีไม่ดีช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวอาจจะได้จ๊อบเป็นไกด์ท้องถิ่นพาคนไทยเที่ยวได้ด้วย(เห็นเค้าชอบจ้างนักเรียนไทยที่อยู่ที่นู่นกัน) ฮิ๊วววว(แต่จีนๆแล้วตามกฏหมายเค้าไม่ให้ทำงานนะ แหะ แหะ ^^")

เป็นจุดศูนย์กลางของการคมนาคมไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ของจีน คือตั้งใจไว้ว่าถ้าไปเรียนที่นู่น ยังงัยก็ต้องหาเงินและเวลาไปเที่ยวตามเมืองต่างๆของจีนให้ได้(อาจจะเลยไปถึงเนปาลด้วย ข้าพเจ้าอยากไปสัมผัสหิมาลัย > <) เซี่ยงไฮ๊นี่เป็นเหมือนฮับของการคมนาคมเลย เพราะตัวเมืองไม่ได้อยู่เหนือหรือใต้เกินไปนัก ทำให้มีรถไฟแตกไปตามภาคต่างๆของจีน(ถ้าเราจะไปต้าเหลียน ยังต้องไปต่อเครื่องที่เซี่ยงไฮ๊เลยนะ)

มหาลัยที่กะจะไปเข้า(Shanghai Jiaotong University - 上海交通大学) น่าเรียนม๊ากกกก > < แล้วมีหลัดสูตร MBA ภาคภาษาอังกฤษด้วย เป็นเรื่องดีเผื่อนึกเฮี๊ยนอยากเรียน marketing ขึ้นมา

เพื่อนๆและครอบครัวไปเที่ยวไปเยี่ยมได้ เป็นแหล่งบันเทิงของญาติมิตร 555++

ข้อเสียของเซี่ยงไฮ๊
เซี่ยงไฮ๊มีภาษาถิ่นเป็นของตัวเอง(dialect) ซึ่งอาจจะเป็นผลดีหรือผลเสียต่อการเรียนภาษาจีนกลางของเรา(ในขณะที่ที่ต้าเหลียนไม่มีภาษาถิ่น) ภาษาถิ่นของคนจีนนี่ส่วนใหญ่จะต่างจากจีนกลางไปเลย ยกตัวอย่างเช่น คำว่าสวัสดีจีนกลางใช้ "หนีห่าว" แต่เซี่ยงไฮ๊ใช้ "เหนยหก" โอเค ข้าพเจ้าต้องมึนแน่ๆ ยังงัยก็เหอะคนที่นู่นเค้าฟังและพูดจีนกลางได้ทุกคนอยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องไปผจญกับสำเนียงแปร่งๆซึ่งอาจจะฟังไม่รู้เรื่องได้(นึกภาพฝรั่งฟังภาษาไทยสำเนียงทองแดง - -")

คนโหดนิดนึง เมืองจีนนี่ขึ้นชื่อว่าถ้าเป็นเมืองใหญ่ๆ เมืองเศรษฐกิจๆหน่อย คนเค้าจะค่อนข้างเอาเปรียบ ในแง่นี้หมายถึง เร่งรีบ มีอารมณ์นักขายในตัวตลอดเวลา หากเราไปงูๆปลาๆกับเค้าเนี่ย มีโอกาสเสี่ยงที่จะโดนสวนกลับมาได้ เนื่องจากมันเสียเวลาทำมาหากินเน้อ

คนไทยเยอะมากกกก มากพอๆกับปักกิ่ง ข้อเสียคือโอกาสที่จะไปอยู่รวมตัวกันมีสูง และเมื่อไปรวมตัวกันแล้วภาษงภาษาที่อุตส่าห์ไปเรียนก็อาจไม่ประสบผลสำเร็จ มองไกลกว่านั้นคือ แม้การรู้ลู่ทางในเซี่ยงไฮ๊จะดีต่อการทำงานในอนาคต แต่คนอื่นก็รู้จักเหมือนกัน จบ!!

ค่าครองชีพแพงงงง เคยไปถามเอเจนซี่เค้าบอกว่าแค่ใช้จ่าย ค่ากินเนี่ย ตกเดือนละหมื่น(ไม่รวมค่าที่อยู่นะ) โอเค สวัสดี แพงม๊ากกกก - -"

รถเยอะและติดมากกกกก เคยไปมาทีนึง ไม่ประทับใจอย่างแรง เนื่องจากวันนึงที่เที่ยวในเมืองเนี่ย นั่งรถติดอยู่ไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง!! เซี่ยงไฮ๊รถเยอะมาก ขนาดที่รัฐบาลเค้าต้องสร้างทางด่วนที่ซ้อนกันไปมา 5 ชั้น!!! ชั้นสูงสุดของทางด่วยสูงไม่ต่ำกว่าสะพานแขวน คิดดู๊!! แต่ไปอยู่จริงๆอาจจะไม่น่ารำคาญขนาดนั้นก็ได้ เพราะคงไม่ได้นั่งรถนานขนาดนั้น แต่คาดว่าอากาศต้องแย่แน่ๆ -*-

เห็นมั๊ยยย ว่าข้อดีข้อเสียทั้งสองที่มันพอๆกันเลย แล้วอิชั้นจะตัดสินใจเลือกอย่างเด็ดขาดได้งัยล่ะค๊า?? แต่พอยท์ตอนนี้คือตัดไม่ได้ก็ต้องตัดแล้วฮ่ะ เนื่องจากมหาวิทยาลัย Shanghai Jiaotong เนี่ยมันเต็มเร็วม๊ากกกกกกก แล้วก็รับน้อยม๊ากกกกก ถ้าจะไปเรียนที่นี่เดือนหน้าข้าพเจ้าต้องทำเรื่องให้เสร็จเรียบร้อยแล้วอ่ะ เพราะไม่งั้นก็จะหาหออยู่ไม่ได้เน้อ(ในขณะที่ถ้าจะไปต้าเหลียนสามารถชิลได้ถึงสิ้นเดือนมิถุนาฯอ่ะ โฮ่ยยย -*-) > > ไปเรียนเดือนกันยานะนี่ - -"

No comments: